แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ย้อมสีธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ย้อมสีธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

การทำผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ

การทำผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ
ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอำเภอหนองนาคำ สุดยอดสินค้าทางวัฒนธรรมที่ทำให้บุคคลทั่วไปรู้จักอำเภอหนองนาคำ ได้แก่ กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองนาคำ หมู่ที่ 1 เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ประจำอำเภอ ทอผ้าฝ้ายที่มีลวดลายสวยงามซึ่งเกิดจากฝีมือการทอที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีคุณลักษณะเฉพาะมีคุณสมบัติที่โดดเด่น คือ สีที่ได้จากธรรมชาติ ได้สีสวย เย็นตา ไม่ฉูดฉาด และรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถละลายน้ำได้ง่าย อำเภอหนองนาคำจึงนำมาเป็นเอกลักษณ์ในการจัดงานประจำปีในชื่อ เทศกาล “งมปลาน้ำแดง แงงผ้าฝ้าย ไหว้พระพุทธนาคำ”
จากการสอบถามนางบุญทิพย์ บุตรโพธิ์ศรี ประธานกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ บ้านหนองนาคำ หมู่ที่ 1 บ้านเลขที่ 12 ตำบลบ้านโคก อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น โทรศัพท์บ้าน 0-4321-7012 มือถือ 08-6862-1926
ขั้นตอนการทำผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ
1. การสับเปลือกไม้เป็นชิ้นเล็กห่อด้วยผ้า
2. นำห่อเปลือกไม้ลงต้มในน้ำตามความเหมาะสมกับวัสดุประมาณ 2 ชั่วโมง
3. ก่อนย้อมต้องล้างไขมันจากเส้นฝ้ายด้วยผงซักฟอกหรือสบู่
4. ย้อมเส้นฝ้ายน้ำหนัก 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 4 ลิตร ประมาณ 30 นาที
5. กลับฝ้ายไปมาเพื่อให้สีสม่ำเสมอ
6. ผึ่งฝ้ายที่ย้อมแล้วไว้ให้เย็น ล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วนำไปตากให้แห้งในที่ร่ม
7. นำฝ้ายที่แห้งแล้วไปกรอใส่หลอด
8. ดันด้ายเป็นเส้นยืน (เครือหูก) ทำลวดลายตามต้องการ
9. นำไปสืบใส่ฟืมและทอออกเป็นฝืน







การทอผ้าด้วยมือ

    การทอผ้าด้วยมือเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างยุ่งยากและซับซ้อน ซึ่งเริ่มจากการ “ อิ้ว” การเข็นฝ้าย การค้น การสืบ และการทอ ตามลำดับ โดยเฉพาะการทอลวดลาย ซึ่งยากที่จะอธิบายให้เห็นภาพชัดเจน โดยสามารถศึกษาดูงานจากแหล่งเรียนรู้ ณ กลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ บ้านหนองนาคำ หมู่ที่ 1 ตั้งอยู่ที่ ศูนย์วัฒนธรรมสายใยชุมชนและส่งเสริมอาชีพอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น
     จากการสอบถามนางบุญทิพย์ บุตรโพธิ์ศรีประธานกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ บ้านหนองนาคำ หมู่ที่ 1 บ้านเลขที่ 12 ตำบลบ้านโคก อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น โทรศัพท์บ้าน 0-4321-7012 มือถือ 08-6862-1926 กล่าวว่า ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ สุดยอดสินค้าทางวัฒนธรรมที่ทำให้บุคคลทั่วไปรู้จักอำเภอหนองนาคำ ผ้าฝ้ายมีลวดลายสวยงามเกิดจากฝีมือการทอที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีคุณลักษณะเฉพาะมีคุณสมบัติที่โดดเด่น คือ สีที่ได้จากธรรมชาติ ได้สีสวย เย็นตา ไม่ฉูดฉาด และรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถละลายน้ำได้ง่าย กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองนาคำ หมู่ที่ 1 เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ประจำอำเภอ อำเภอหนองนาคำจึงนำมาเป็นเอกลักษณ์ในการจัดงานประจำปีในชื่อ เทศกาล “งมปลาน้ำแดง แงงผ้าฝ้าย ไหว้พระพุทธนาคำ”
การทอผ้าด้วยมือโดยสังเขปได้ดังนี้
     ขั้นตอนที่ 1  นำเปียที่มีปอยฝ้ายพันอยู่ ไปเรียงตามลำดับสีของฝ้ายเส้นยืนตามลวดลายที่จะทอโดยนำมาเรียงครั้งละประมาณ 40 หลอด จะได้ฝ้ายเส้นยืนครั้งละ 40 เส้น แล้วนำแต่ละเส้นไปคล้องกับหลักเฝือ เพื่อไม่ให้เส้นฝ้ายพันกัน และขึ้นเฟือขอต่อไป
     ขั้นตอนที่ 2  นำฝ้ายเส้นพุ่งมาขึ้นหลักเฝือหรือทำเส้นยืน ซึ่งหลักเฝือจะทำหน้าที่สำหรับเรียงฝ้ายเส้นยืนตามความยาวที่ต้องการ และทำการสลับเส้นยืนสำหรับใช้กับตะกอ เส้นขึ้น เส้นลงด้านล่างของเฟือขอเมื่อสิ้นสุดการเรียงเส้นฝ้าย จะนำแต่ละเส้นมาม้วนเพื่อให้เกิดลักษณะของการสลับเส้นสำหรับการทอยกเป็นเส้นขึ้นเส้นลง ที่ด้านล่างขวาของหลักเฝือ เราเรียกกันว่า “การค้นหูก”
ขั้นตอนที่ 3  นำกลุ่มฝ้ายเส้นยืนจากหลักเฝือมาทำการ “สืบ” คือการที่นำฝ้ายเส้นที่ได้จากการขึ้นเฟือขอมัดติดกับเขาฟืมเพื่อที่จะได้นำไปขึ้นกี่และทำการทอหูก
     ขั้นตอนที่ 4  หากทอลายเดิมที่เคยทอมา ก็จะนำฝ้ายเส้นยืนใหม่มาต่อกับเศษผ้าฝ้ายหรือเชิงชายที่ตัดมาจากการทอครั้งก่อน ที่เรียกว่า “เครือ” คือ เมื่อทอผ้าเสร็จแล้ว ช่างทอจะตัดผ้าที่ทอแล้วออกจากกี่ โดยคงเหลือเศษผ้าฝ้ายหรือเชิงชายจากการทอให้ติดอยู่กับตะกอและฟืม เพื่อเป็นต้นแบบของลาย หากจะมีการทอลายนั้นในครั้งต่อไป เพื่อให้การสืบต่อลายทำได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่เก็บไว้การเริ่มต้นขึ้นลายใหม่จะมีความยากลำบากมาก ดังนั้น ช่างทอจึงต้องเก็บลายไว้ทุกเครือ เนื่องจากเส้นยืนมีความยาวมาก ก่อนทอหรือเมื่อทอไปได้สักระยะหนึ่ง เส้นยืนอาจจะพันกันได้ ดังนั้นจึงต้องคอยคลี่จัดเส้นยืนออกเพื่อไม่ให้พันกัน
     ขั้นตอนที่ 5  หลังจากการสืบลายแล้ว สามารถเริ่มกระบวนการทอได้ โดยการเหยียบไม้เหยียบเพื่อยกเขาฟืมขึ้นลง แล้วพุ่งกระสวยสอดเข้าไปในช่องว่าง ระหว่างเส้นยืน ให้เส้นพุ่ง ๆ ไปขัดกับเส้นยืนและใช้ฟืมดันให้เส้นพุ่งอัดเรียงกันแน่น แล้วใช้เท้าเหยียบไม้เหยียบให้ตะกอให้เส้นยืนสลับขึ้นลง และพุ่งกระสวยกลับไปกลับมาขัดกับเส้นยืน หลังจากที่พุ่งเส้นพุ่งไปมาและใช้ฟืมดันให้เส้นพุ่งแน่นหลาย ๆ ครั้ง ก็จะได้ผ้าทอเป็นผืน